การใช้งานทั่วไป, UI และ file transfer หรือ Synchronization

เรื่องเรียงเรื่องอาจจะมั่วนิดนึงเพราะนึกอะไรได้ก็เขียนๆ ไปนะครับ
ตอนนี้จะเป็น text เยอะนิดนึงนะครับ ถ้าขี้เกียจให้ดูแต่หัวข้อ รูป และตัวหนังสือสีแดง
เปิดเครื่อง
- Nexus One กดปุ่ม power
- iPhone กดปุ่ม sleep/wake
ปิดเครื่อง
- Nexus One กดปุ่ม power ค้างไว้ แล้วกดเลือก turn off และตอบตกลงอีกครั้ง(ในเมนูจะมี silence mode, airplane mode และ turn off)
- iPhone กดปุ่ม sleep/wake ค้างไว้ แล้ว slide to power off
Lock หน้าจอ
- เหมือนกัน กดปุ่ม sleep/wake หรือปุ่ม power
ปลด lock หน้าจอ
- Nexus One: กดปุ่ม power (ใช้ปุ่มอื่นไม่ได้) แล้ว slide จากซ้ายไปขวาเพื่อเริ่มใช้งาน หรือ slide จากขวาไปซ้ายเพื่อปิด/เปิดเสียง (silence mode on/off)

- iPhone: กดปุ่ม home หรือปุ่ม sleep/wake แล้ว slide to unlock เพื่อเริ่มใช้งาน
Passcode lock/Unlock pattern สำหรับการใส่รหัสไม่ให้คนอื่นมาใช้เครื่อง
- Nexus One เป็น pattern ต้องลากเชื่อมจุดให้ถูกตามที่ตั้งไว้

- iPhone เป็นตัวเลขธรรมดา 4 ตัว ตั้งได้ว่าจะต้องใส่เลขเมื่อไม่ได้ใช้นานแค่ไหน มีตั้งแต่ทันที, 1 นาที, 5 นาที ไปจนถึง 4 ชั่วโมง และตั้งให้ลบข้อมูลทั้งหมดได้หากกดผิด 10 ครั้ง
ปุ่มควบคุม
-iPhone ปุ่มเดียวใช้ออกจากโปรแกรม หรือกดค้างเพื่อเปิดใช้ Voice Command ที่เหลือทัชเอา โปรแกรมส่วนมากของ iPhone จะ UI คล้ายๆ กัน เช่นปุ่ม back จะอยู่ซ้ายบนของจอ
-4 ปุ่มของ Nexus One ทำให้ง่าย เพราะทุก App มีใช้ปุ่มพวกนี้เพื่อทำงานในลักษณะเดียวกัน เป็นปุ่มแบบ touch ไม่ต้องกดลงไป มีดังนี้
1.
ปุ่ม back อันนี้ชัดเจนเหมือนที่มีในมือถือหลายๆ ยี่ห้อ หลายๆ รุ่น จะ back แค่กดปุ่มนี้ (ในขณะที่ Apple พยายามให้ app ทำ UI ให้ไปในทางเดียวกันหมดได้โดยเอาปุ่ม back ไปอยู่ซ้ายบน)
2.
ปุ่ม menu เรียกเมนูสำหรับตัวเลือกเพิ่ม จากคนใช้ iPhone ไม่ชินเท่าไหร่ และ iPhone ไม่มีปุ่มนี้ก็ทำงานได้ไม่ติดขัดอะไร
3.
ปุ่ม home กลับหน้า home screen เหมือน iphone แต่บน Nexus One นั้น app จะไม่ถูกปิดไป จะไปรันบน background ต่อ (อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ standby ได้ไม่นาน เพราะ process เยอะ) เมื่อไม่ได้ใช้งานๆ จึงจะถูกปิดไปเอง สามารถกดค้างไว้เผื่อเรียกดู app ที่ใช้งาน 6 อันล่าสุด ในขณะที่ iPhone จะมีแค่ app หลักที่มากับเครื่อง (Phone, iPod, Mail, Safari) เท่านั้นที่จะยังทำงานค้างอยู่ นอกนั้นจะถูกปิดทันทีเมื่อกดปุ่ม home
4.
ปุ่ม search อันนี้ผมชอบมาก สมกับเป็น google จริงๆ ใช้แล้วสบายขึ้นเยอะ ใช้ได้กับหลายโปรแกรม เช่น contact พอกดปุ่มก็พิมพ์ชื่อคนที่จะหา หรือใน market กดเพื่อค้นหน้าได้เลย ไม่จำเป็นจะต้องไปหน้าแรกของโปรแกรม หรือ mail หรือ app อื่นๆ ก็เช่นกัน ในขณะที่ iPhone ตัว search รวมจะอยู่หน้าก่อนหน้้า home ทางซ้าย search ในแต่ละ app จะอยู่บนสุดในหน้าแรก ซึ่งถ้าจะใช้ก็ต้องเลื่อนไปด้านบน
จับภาพหน้าจอ
- Nexus One จะจับภาพหน้าจอยากลำบากเหลือเกิน ต้องลง eclipse และ sdk ต่อเครื่องเข้ากับคอมแล้วจับภาพจาก sdk เลยไม่เห็นรูปจอผมในนี้นะครับ
- iPhone กดปุ่ม Home และปุ่ม sleep/wake พร้อมกันเพื่อจับภาพหน้าจอ ภาพที่ได้จะไปอยู่ใน camera roll รวมกับภาพถ่ายปกติ
Force shutdown เมื่อเครื่องค้างทำอย่างไร
- Nexus One ไม่แน่ใจว่ามีหรือเปล่า อาจจะต้องใช้วิธีถอดแบต
- iPhone กดปุ่ม Home + power ค้างไว้ประมาณ 5-10 วิเครื่องจะดับไป แล้วปล่อยปุ่มได้ ถ้ากดค้างต่อจะเข้า recovery mode ต้องต่อกับ iTunes
Notification
- Nexus One จะมีระบบ notification เป็น bar ด้านบนสุด สามารถลากลงมาเพื่อโชว์ notification ทั้งหมดได้ แต่ละ app ที่มี notification แจ้งเตือนจะมารวมอยู่ที่เดียว ดูง่ายดี notification มาจาก app ที่ลงในเครื่อง หากข้อมูลที่แจ้งเตือนมาจากเน็ต คือมันต้องผ่าน app นั้นๆ แล้ว app นั้นๆ แจ้งเตือนผ่านระบบ notification ดังนั้นถ้าต้องเปิดหลายๆ app เช่น facebook, messenger, twitter จะเปลือง batt และ data มากกว่า เพราะ app เหล่านั้นต้องทำงานอยู่ด้วย
- iPhone มีระบบ push notification เป็นระบบ push จาก server ของ apple ถ้าในแง่ข้อมูลจาก internet ซึ่งประหยัดแบต ประหยัด data ไม่ต้องเปิด app ก็รับแจ้งเตือนจากเน็ตได้ เช่นพวก app chat ทั้งหลาย facebook โดยพวก app นี้จะส่งข้อมูลไปให้ server apple push ข้อมูลเข้ามา ข้อเสียคือไม่มีรวม notification ไว้ที่เดียวกัน เวลามีหลาย app หรือมี push เข้ามาหลายอย่างดูรายการทั้งหมดไม่ได้ ต้องไปดูในแต่ละ app เอง และต้องต่อเน็ตตลอดเวลาเท่านั้น ไม่มี notification แบบ offline นอกจาก app หลักของ apple เช่นพวกเตือนความจำ นาฬิกาปลุก ถ้าเป็น offline จะแจ้งเตือนไม่ได้ถ้าปิด app ไป และจะเปิดค้างไว้ก็ไม่ได้ เพราะไม่เปิด multitasking ให้ใช้
สรุป Nexus One ดีตรงที่รวมทุก notification ไว้ด้วยกัน ดูง่าย แต่จะเปลืองแบตกว่าและใช้ internet data มากกว่า เพราะแต่ละ app ตั้ง run อยู่ตลอดแยกกันรับข้อมูล ส่วน iPhone ดีตรงที่ระบบ push รวมกันผ่าน server apple ไม่ต้อง run app ค้างไว้ก็รับ notification ได้ แต่ข้อเสียคือต้องการเน็ต ไม่มีเตือนสำหรับ app แบบ offline และไม่มีรวม notification ไว้ดูรายการทั้งหมด
Home screen
- Nexus One มี 5 หน้า ที่สามารถปรับแต่งได้ (แยกจากหน้ารวม app) บนหน้า home screen ใส่ได้ทั้ง
- app (อันไหนใช้บ่อย เอามาไว้หน้า home ใช้น้อยปล่อยไว้เรียกจากหน้า application รวมก็ได้),
- widget อันนี้ชอบมาก ใส่นาฬิกา ปฎิทิน ปุ่มปิดเปิด service หรือ icon ไว้เช็คสถานะอะไรซักอย่างได้ หรือ widget facebook ซึ่งสามารถอัพ status และอ่าน news feed เพื่อนๆ ได้บนหน้า home เลยไม่ต้องเปิด app,
- contact กดแล้วจะมีให้เลือกว่าจะโทร sms mail หรือทำอะไรกับ contact คนนั้น อันนี้เราปลื้ม,
- direct call กดแล้วโทรหาคนนั้นทันที,
- bookmark เพื่อเปิดเว็บที่ชอบ เป็นต้น
- อื่นๆ
วิธีเปลี่ยนหน้าใช้นิ้ว slide ไปด้านข้างเพื่อเปลี่ยนหน้า หรือกดที่จุดด้านล่างทางซ้ายหรือขวา กดค้างไว้เพื่อดู thumbnail ของทุกหน้า และจิ้มเลือกหน้าที่ต้องการได้เลย (อันนี้สะดวกกว่า iPhone มาก)
- iPhone มี 11 หน้า ใส่ได้เฉพาะ app และ webclip (คือ bookmark หรือ favorite นั่นเอง กดเพื่อเปิด browser ไปเว็บนั้น) จะแสดงทุก app ที่ลงเพิ่มจัดเรียงตำแหน่งได้ แต่ซ่อนไม่ได้ถ้าไม่เจลเบรค การเปลี่ยนหน้าทำได้โดยใช้นิ้ว slide ไปด้านข้างทีละหน้า ข้ามหน้าไม่ได้ กดปุ่ม home เพื่อกลับหน้าแรก (เลื่อน 10 หน้าที่เอาการอยู่)
ด้าน home screen นั้น Nexus One ดีกว่ามาก เพราะปรับแต่งได้ตามใจ โดยเฉพาะมี widget และรวม app ทั้งหมดไปไว้ด้วยกัน เราเลือกเฉพาะ app ที่ต้องการมาหน้า home ได้ ในขณะที่ทุก app ที่ลงใน iPhone จะแสดงบน home screen ทั้งหมด เลื่อน 10 หน้าเมื่อยพอดี
การถ่ายข้อมูล
- Nexus One ไม่มีระบบ sync พวกไฟล์ หรือเพลงมาให้ แต่จะ sync กับบริการต่างๆ ของ google บนเน็ต การลงไฟล์ใช้สาย micro usb จะต่อกับคอมแล้วก็อบไฟล์ไปไว้ใน sd card หรือจะถอด sd card มาใส่ card reader ก็แล้วแต่สะดวก (แต่ถอด card ต้องปิดเครื่องนะ)
- iPhone ทุกรุ่น ทุกอย่างจะต้องลงหรือ sync กับ iTunes พวก media ทุกอย่าง ต้องลงผ่าน iTunes เท่านั้น และจะเป็น One way sync คือ sync ลง iPhone ได้อย่างเดียว แต่จะเอาข้อมูลใน iPhone กลับเข้ามือถือไม่ได้ ข้อมูลใน iPhone จะหายไป เหลือเท่ากับคอมที่ sync ยกเว้นที่เกี่ยวกับ info, contact จะเป็น 2 ways sync ระบบนี้เป็นทั้งข้อดีและข้อเสีย ถ้ามีคอมประจำตัวเครื่องนึง จะบบนี้จะทำให้ชีวิตง่ายขึ้นมาก เวลาจะแก้ไขเปลี่ยนแปลง มีเพลงเพิ่มในคอม อัลบั้มรูปเพิ่ม เพียง sync อย่างเดียว ไม่ต้องไปจัดการอะไรกับมือถือ แต่ข้อจำกัดก็เยอะ หลายคนไม่ชอบการ sync แบบนี้ ลงเพลง ลงรูปจากคอมหลายเครื่องไม่ได้
การ backup
- Nexus One จะ backup กับ server ของ google โดยอัตโนมัติ ถ้าไม่ไป disable ไว้ (เพราะหลายอย่างก็ sync กับ google อยู่แล้ว) ถ้ามีการลงเครื่องใหม่หมด พอ sign in ตอนเริ่มไป มันจะโหลด contact, settings รวมถึง app ที่เราเคยซื้อและใช้อยู่เดิมกลับมาให้หมดเอง (ไม่รวมถึง sms นะครับ)
- iPhone ทุกอย่าง backup กับ iTunes บนคอมที่ sync โดยอัตโนมัติ สามารถ restore กลับมาเหมือนเดิม 99% ได้เลย (กรณีไม่ jailbreak เผื่อ 1% ถ้ามี error
) ถ้าเครื่องหาย ซื้อเครื่องรุ่นเดิมมา sync ข้อมูลทุกอย่างเดิม, settings ต่าง password wifi หรืออะไรก็ตามที่เซฟไว้, apps และข้อมูลใน app, เพลง, หนัง, contact, sms, note ทุกอย่างกลับมาหมด ไม่ต้องทำอะไรเลย ถ้าเปลี่ยนรุ่นจาก 2G เป็น 3G เป็น 3GS อาจมีแค่บาง settings ที่มาไม่ได้ แต่ก็เรียกว่าแทบจะ 100% เพียงแค่ sync
Auto rotate
- Nexus One ทุก app จะหมุนได้แค่ทางซ้ายเท่านั้น มีแค่ตั้งตรง กับตะแคงซ้าย ข้อดีคือเวลาอยากนอนอ่านเว็บหรือ app อื่นๆ สามารถนอนตะแคงขวาอ่านได้โดยจอไม่ถูก auto rotate (เป็นข้อดีของคนขี้เกียจแบบเราจริงๆ) ไม่มี transition (หรือ animation) เวลา rotate จะสลับทันที
- iPhone บางโปรแกรมหมุนได้ทั้ง 4 ด้าน บางโปรแกรม 3 ด้าน (แค่กลับหัวไม่ได้อย่างเดียว) นอนตะแคงอ่านเว็บ หรือใช้ app ที่มี auto rotate ไม่ได้เพราะมมันจะหมุนให้ขนานกับพื้นตลอด เวลา rotate จอจะมี transition (animation) ลื่นตา ภาพหมุนเปลี่ยนข้าง ไม่ได้กระโดดแบบทันที
ภาษา และ localize
- Nexus One ไม่มี localize ไทย ไม่มีภาษาไทย ต้องลง root เครื่องและลง font ไทยก่อนจึงอ่านไทยได้ (หมดประกัน) เวลากดเบอร์โทรจะแบ่งวรรคเป็น 0xx-xxx-xxxx ไม่ว่าจะพิมมพ์ตัวเลขอะไร
- iPhone รองรับหลายภาษามากรวมถึงภาษาไทยตั้งแต่ต้น มี localize ไทย, ภาษาไทย, เมนูไทย, format number เบอร์โทรของไทย เช่นถ้าใส่ 02 ขึ้นต้นมันจะแบ่งวรรคตัวเลขเป็น 02-xxx-xxxx ถ้าพิมพ์ขึ้นด้วย 08 จะแบ่งเป็น 08x-xxx-xxxx ถ้าพิมพ์เลขอื่นที่ไม่ใช้ 02 หรือ 08 ตัวเลขจะติดกันหมดไม่มี – คั่น
Keyboard
- Nexus One สามารถลงคีบอร์ดไทยเพิ่มได้จาก Market ซึ่งของไทยจะมี droidsans keyboard จาก web www.droidsans.com ส่วน keyboard ภาษาอังกฤษมี auto correction และ suggestion เวลากดผิดตำแหน่งจะมีแค่ให้ได้โดยอัตโนมัติเมื่อกด space เพื่อจบคำเพื่อชดเชยคีบอร์ดเล็กคล้ายกันกับ iPhone เวลาพิมพ์คำแทบจะไม่ต้้องกดเครื่องหมาย ‘ เลย จะแก้ให้เองเช่น พิมพ์ im จะถูกแก้เป็น I’m หรือ cant จะแก้เป็น can’t ฯลฯ (ภาพ keyboard link มาจากเว็บ droidsans นะครับ เป็นเวอร์ชั่นเก่า แต่ปัจจุบันก็ประมาณนี้ครับ)

- iPhone มี keyboard ไทยในตัว แต่เป็น layout แปลกๆ ใช้แล้วมึนดี แต่สุดท้ายก็เจลเบรคแล้วลง keyboard ไทยแบบที่คุ้นเคย ส่วนคีอังกฤษมี auto correction เช่นเดียวกัน ทำงานฉลาดดีมาก ไม่ต้องพิมพ์ ‘ เหมือนกัน ระบบแก้เติมให้เอง (ระบบนี้ iPhone มีตั้งแต่รุ่นแรก)
Voice input
- พิมพ์ข้อความด้วยเสียง มีใน Nexus One เท่านั้น ต้องการการเชื่อมต่อ internet ในการใช้ฟังก์ชั่นนี้ (อัดเสียงแล้วส่งไปประมวลผลที่ server google และส่งกลับมาเป็นข้อความ) ใช้งานโอเค เฉพาะภาษาอังกฤษ แต่สำเนียงไม่ดี หรือมีศัพท์เฉพาะก็บาย อาจจะไม่เหมาะกับคนไทย
Voice Control/Voice Command (ภาษาไทยไม่ได้นะ)
- Nexus One จะรวมทั้ง Voice search และ Voice control ด้วยกันโดยกดปุ่ม search ค้างไว้ จนขึ้นหน้า Search by Voice ถ้าพูดอะไรไปจะเป็นการ search ด้วยเสียง ถ้าจะสั่งโทรออกให้พูดนำว่า Call ตามด้วยชื่อจะเป็นสั่งโทรออก ถ้ามีหลายชื่อใกล้เคียงกันจะขึ้นมาให้เลือก สั่งให้ทำทางทำได้โดยพูดขึ้นต้นว่า Navigate to… ถ้าอยู่ในอเมริกาจะนำทางแบบ turn by turn ได้ (ต้องต่อเน็ตตลอด)
- iPhone 3GS (2G กับ 3G ไม่มี) กดปุ่ม home ค้างไว้ (หรือถ้าใส่หูฟัง กดปุ่มที่หูฟังข้างไว้) เพื่อเปิด Voice Command สั่งโทรด้วยคำว่า Call เช่นเดียวกัน Nexus One หน้าชื่อคล้ายกันจะมีให้เลือก, สั่งเล่นเพลงด้วยคำว่า Play ถ้าสั่งให้เล่นตามชื่อนักร้องสั่งโดย Play by the richman toy ก็จะเล่นเพลงของ the richman toy ทุกเพลง, Play playlist rock เพื่อเล่น playlist ที่ชื่อว่า rock (ถ้าพูดชัดพอนะ
) และอะไรอีกบ้างไม่รู้ สำเนียงไม่ดี ไม่ได้ใช้
Cut, Copy and Paste
- Nexus One กดปุ่ม menu แล้วเลือก select text แล้วใช้นิ้วลากจากจุดเริ่มต้นไปจุดสุดท้าย หรือใช้ trackball เลื่อนไปกดที่จุดเริ่ม และจุดสุดท้าย ข้อความจะถูกก็อบปี้ไว้โดยอัตโนมัติ ถ้าในช่องสำหรับพิมพ์ กดค้างไว้เพื่อเปิดเมนูให้เลือก select text, cut, patse ได้
- iPhone ที่ไหนที่สามารถ mark text ได้ กดค้างไว้จะขึ้น mark ขึ้นมา แล้วลากให้ครอบคลุม text หรือ image ที่ต้องการ แล้วเลือก copy, เวลา paste ก็จิ้มให้ cursor ขึ้นแล้วจิ้มไปอีกทีจะมีเมนูให้ paste
โดยส่วนตัวคิดว่าฟังก์ชั่นนี้ iPhone ใช้งานสะดวกกว่า
ยังมียิบๆ ย่อยๆ อีก แต่รู้สึกจะยาวไปแล้วสรุปเลยแล้วกัน เรื่องการใช้งานที่คงต้องลองเอง เพราะแต่ละคนชอบไม่เหมือนกัน
Zatang likes Android widget, iTunes synchronization, ระบบแจ้งเตือน notification, ระบบ push ของ iPhone (สองอันนี้เอามารวมกันได้มั้ยเนี่ย) ตอนที่ 3 จะเป็นเรื่อง basic app
Tags: iPhone, iPhone 3GS, Nexus One


