vs
สองตัวนี้ก็ออกแบบมาคนละจุดประสงค์นะ Nexus One เน้นใช้งาน internet ทั่วไป สามารถปรับแต่งได้ง่ายและมากกว่า ส่วน iPhone เน้น multimedia แต่ในเมื่อไม่ได้ชอบทางเดียวจะทำไงละนี่
สรุปบางจุดน่าจะเกี่ยวข้องกับการใช้งานจริงในเรื่อง hardware
ขนาด (Size and weight)
Nexus One vs iPhone 3GS
คร่อมกันเลย ดูเหมือน iPhone บางกว่าเพราะว่าทำขอบด้านข้างโค้ง แต่จริงๆ หนากว่า
จอ (Display)
Capacitive touch screen (ใช้ไฟฟ้าสถิตย์จากส่วนของร่างกาย ใช้เล็บหรืออุปกรณ์อื่นกดไม่ได้ นอกจาก stylus พิเศษเฉพาะซึ่งขนาดใหญ่กว่า stylus ทั่วไป)
3.7 นิ้ว AMOLED vs 3.5 นิ้ว LCD
800×480 pixel vs 480×320 pixel
จอ Nexus One: ใหญ่กว่า เป็นจอ wide แบบ AMOLED สีสดกว่ามาก ความละเอียดมากกว่า แต่การปรับความสว่างหน้าจอ iPhone ทำได้ดีกว่ามาก อาจจะเป็นเพราะของ Nexus One มันไวไป แค่มือไปผ่านนิดนึงลดแสงเอง แล้วกลับมาเพิ่ม ทำเอาปวดหัวได้เหมือนกัน จอ iPhone สู้แสงได้ดีกว่า และอีกอย่างคือจอ iPhone มีเคลือบกันรอยนิ้วมือ ทำความสะอาดง่าย
จอทั้ง 2 รุ่นกันรอย โดยกุญแจขูดไม่เป็นรอย แข็งมาก แต่จอ iPhone ที่ใช้อยู่ เป็นรอยแล้ว !!! -*-
ระบบ touch iPhone แม่นยำกว่า เวลาเล่นเน็ตกด link เล็กๆ พลาดน้อยกว่า (ผล review ต่างประเทศก็ออกมาเหมือนกัน)
ด้านหน้าชอบแบบ Nexus One มากกว่า สวยดี
กล้อง (Camera)
5 MP vs 3 MP
led flash (แสงไฟส่อง ไม่ใช่แบบกล้องจริง) vs no flash
auto focus ทั้งคู่แต่ของ iPhone 3GS สามารถ tap to focus (เลือกจุดโฟกัสบนจอ)ได้ ส่วน Nexus One auto กับ infinity ได้เท่านั้น
เครือข่าย และไร้สาย (Wireless and Network)
2G: รองรับทุกเครือข่ายในไทยเหมือนกัน
3G: Nexus One รองรับ 900 MHz (AIS) กับ 2100 MHz (TOT และที่กำลังจะประมูลกัน)
3G: iPhone 3GS รองรับ 850 MHz (True กับ Dtac) กับ 2100 MHz (TOT และที่กำลังจะประมูลกัน)
Wifi: 802.11b/g เหมือนกัน แต่มีคนแกะเครื่อง Nexus One ว่า chip รองรับ n ด้วย แต่ยังไม่เปิดให้ใช้
Bluetooth: same
aGPS: same
เข็มทิศดิจิตอล: same
แบต (Battery)
1,400 mAH vs 1,219 mAH (3GS battery credit to http://www.ifixit.com/Teardown/iPhone-3GS-Teardown/817/2)
แต่แม้แบตจะเยอะกว่า แต่ iPhone 3GS เคลมว่าการใช้งาน โทรศัพท์, standby, internet, vdo, ฟังเพลง ทำได้นานกว่า (ซึ่งเท่าที่ใช้ดูบางอย่าง iPhone 3GS ใช้ได้นานกว่าจริงๆ สาเหตุน่าจะมาจากระบบและ software)
เพิ่มเติมจากการใช้งานจริง
ใช้งานต่อเนื่อง internet, apps, game: Nexus One ได้ 5-6 ชั่วโมงก่อน low batt, iPhone 3GS ได้ 4-5 ชั่วโมง
ใช้งานปกติ (facebook และเล่นเน็ต เพราะที่ทำงาน block ทุกอย่าง) เปิดทุกอย่างทั้ง wifi, edge, location service , notification ต่างๆ, push mail, bluetooth (เป็นคนขี้เกียจเปิดๆ ปิดๆ) ถอดปลั๊ก 4 ทุ่ม ใช้งานถึง 1 ทุ่มอีกวัน Nexus One เหลือแบตไม่ถึง 20% ส่วนที่ใช้ iPhone 3GS แบตเหลือ 30-40% (หรือว่าเพราะเห่อของใหม่เลยเล่นมากกว่าหว่า) ลองอีกวันได้ประมาณ 40% แฮะ สงสัยคาดว่าเป็นพวก app ที่รันค้างบางตัวกินแบต
สเป็คเครื่องอื่นๆ (other spec)
CPU: 1GHz (snapdragon ซึ่งคือ Arm Cortex A8) vs 600 MHz (Arm Cortex A6 ถ้าจำไม่ผิดนะ)
Ram: 512 MB vs 256 MB
Rom: 512 MB vs 16 or 32 GB
other memory: up to 32 GB micro SD card vs None
light sensor วัดแสงสำหรับปรับแสงสว่างหน้าจอ, proximity sensor สำหรับปิดหน้าจอเวลาเอาแนบหน้าตอนคุย และ accelerometer มีเหมือนกัน
รูหูฟัง 3.5 mm แบบ 4 ข้อ รองรับปุ่มสั่งการด้วย แต่สามารถเอาหูฟังปกติมาเสียบได้ และเอาหูฟัง iPhone กับ Nexus One สลับกันใช้ได้ แต่จะใช้ได้แค่ปุ่มกลางปุ่มเดียวไว้รับสาย เปลี่ยนเพลง ใช้ปุ่มเพิ่มลดเสียงของ iPhone ไม่ได้ และ iPhone ก็ใช้ปุ่ม fwd backward ไม่ได้
ไมค์ตัวที่ 2 สำหรับระบบป้องกันเสียงรบกวน มีเฉพาะ Nexus One (ไมค์รับเสียงรอบตัวเพื่อหักลบเสียงออกก่อนส่งสัญญาณเสียงออกไป) มันเยี่ยมจริงๆ
เฉพาะใน Nexus One มี track ball มีแสง แสดงตอนมี notification ได้ ทำให้ไม่ต้องคอยกดดูหน้าจอ
Nexus One ลำโพงเครื่องด้านหลัง เวลาเล่นเกม หรือเปิดเพลงเสียงไปออกด้านหลัง ทำให้ดูเหมือนเสียงเบา คนอื่นได้ยินแต่ตัวเองไม่ได้ยิน ส่วนของ iPhone ลำโพงอยู่ด้านล่างซ้าย
Nexus One ถอดเปลี่ยนแบตได้เอง
Nexus One มีไฟ Status light ด้านหน้า ขึ้นสีแดงกระพริบเมื่อแบตอ่อน ขณะชาร์จไฟ สีส้มคือแบตไม่เต็ม เมื่อแบตเกิน 90% จะเป็นสีเขียว
Sim card และ sd card
- Nexus One จะต้องปิดเครื่องและถอดแบตก่อนถึงจะใส่ sim card และ sd card ได้ แต่ในวีดีโอ official เค้าถอดได้แฮะ แต่ผมลองแล้วติดแบต แต่รุ่น spica ใส่ซิมได้ ไม่ต้องถอดแบต แต่เครื่องจะ reboot เอง
- iPhone สามารถถอด sim หรือใส่ sim ได้โดยไม่ต้องปิดเครื่องหรือ reboot เครื่อง!!!
- Nexus One สามารถต่อกับคอมให้เห็น sd card เป็น drive นึงได้เลย โดยเมื่อเสียบสาย จะมี notification เตือน ให้เราไป tap ที่ notification นั้น และเลือก mount หลังจากนั้น Nexus One จะไม่สามารถอ่าน sd card ได้(เล่นเพลง หรือดูรูประหว่างนี้ไม่ได้) และคอมจะเห็นเป็น drive นึงก็อบไฟล์ได้ตามสบาย หลังจากก็อบเสร็จให้ remove usb ในคอม และเลือก turn off usb storage ที่ notification ใน Nexus One
เปรียบเทียบ charge port
Nexus One เป็น micro usb มาตรฐาน สามารถหาซื้อได้ทั่วไป แต่ด้านล่าง จะมีจุดเชื่อมต่ออีก 3 จุด (สีทองในรูป) สำหรับต่อ dock พิเศษของ Nexus One
3GS เป็น port 30 pins connector ของตัวเอง เหมือน iPod ใช้ชาร์จ ราคาอันละ 690 บาท (ของเทียม 200) และต่ออุปกรณ์อื่นได้อีกมากมายเช่นพวกลำโพง หรือจนกระทั่งบังคับเครื่องบิน อุปกรณ์ที่ใช้ได้จะมีสัญลักษณ์ made for iPod, Work with iPhone ซึ่งเข้าใจว่า ค่าสัญลักษณ์นี้คงพอสมควรอยู่ พวกอุปกรณ์ของจีน หรือพวกที่ไม่ได้ตรานี้ เวลาต่อจะขึ้นเตือนว่าไม่ได้ใช้ของแท้ และอาจจะใช้ไม่ได้ หรือเวลามี firmware ใหม่มาอาจจะใช้ไม่ได้
Accessory iPhone มีตรึม
spec อย่างเป็นทางการ ดูเต็มๆ ได้จาก
Nexus One: http://www.google.com/phone/static/en_US-nexusone_tech_specs.html
iPhone 3GS: http://www.apple.com/iphone/specs.html
สรุป ถ้าดูจาก Hardware แล้ว Nexus One ดีกว่ามาก แต่ราคาขายกลับถูกกว่า ซึ่ง apple ไม่เคยเน้น spec ด้าน hardware แต่จะเน้นเรื่องของ user experience แม้ hardware จะด้อยกว่า แต่ประสิทธิภาพออกมาไม่ต่างกันมากนัก รอดู review ต่อไปนะครับ (จะเขียนได้ครบ 5 ตอนตามที่ตั้งใจไว้มั้ยเนี่ย)
Tags: Google, hTC, iPhone 3GS, Nexus One